ยาเบาหวาน แผลจากเบาหวาน

750.00 ฿

สรรพคุณ :

1. ช่วยบรรเทาอาการโรคเบาหวาน, รักษาแผลจากเบาหวาน, ลดน้ำตาลในกระแสเลือด

2. บำรุงตับอ่อน, บำรุงปอด, บำรุงตับ, บำรุงไต

3. บำรุงพละกำลัง, แก้อาการอ่อนเพลีย

4. บำรุงร่างกาย และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

5. รักษาโรคความดันโลหิตต่ำ

เมื่อรับประทานยาใน 1-2 วันแรกอาจจะมีน้ำตาลขึ้นสูง แต่ไม่อ่อนเพลีย

หรือบางรายอาจจะมีอาการคันตามผิวหนัง เพื่อร่างกายขับน้ำตาลออกมาทางผิวหนังแต่ไม่มีอันตรายใดๆ

จะหายภายใน2-3 วัน

หมวดหมู่:

รายละเอียด

ทะเบียนยา เลขที่ G 520/54

ส่วนประกอบ : มีส่วนประกอบของสมุนไพรมากกว่า 167 ชนิด ดังนี้

ดอกคำฝอย 60 มก./กำลังหนุมาน 40 มก./กำลังวัวเถลิง 40 มก./แก่นฝาง 40 มก./ ดอกคำไทย 40 มก. และ

สมุนไพรอื่นๆ 280 มก. (162 ชนิด) เช่น โกศทั้ง 9, เทียนทั้ง 7, ดอกบัวน้ำทั้ง 5, กระเช้าผีมด, บัวกี๋น้อย,

ผลกะดอม, เถาหมวกแดง, ตะโกนา, กรุงเขมา, ฝางเส้น, แก่นแหล, ดีปลีเชือก ฯลฯ


สรรพคุณ :

1. ช่วยบรรเทาอาการโรคเบาหวาน, รักษาแผลจากเบาหวาน, ลดน้ำตาลในกระแสเลือด

2. บำรุงตับอ่อน, บำรุงปอด, บำรุงตับ, บำรุงไต

3. บำรุงพละกำลัง, แก้อาการอ่อนเพลีย

4. บำรุงร่างกาย และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

5. รักษาโรคความดันโลหิตต่ำ

เมื่อรับประทานยาใน 1-2 วันแรกอาจจะมีน้ำตาลขึ้นสูง แต่ไม่อ่อนเพลีย

หรือบางรายอาจจะมีอาการคันตามผิวหนัง เพื่อร่างกายขับน้ำตาลออกมาทางผิวหนังแต่ไม่มีอันตรายใดๆ

จะหายภายใน 2-3 สัปดาห์


สัญญาณอันตราย “เบาหวาน” ไม่อ้วนก็เป็นได้

1. ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ หรือรู้สึกปวดปัสสาวะทั้งวัน หากน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป

2. หิวน้ำมากกว่าปกติ รู้สึกว่าดื่มน้ำมากเท่าไรก็ไม่หายกระหายน้ำ

3. เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

4. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

5. มีอาการชา เป็นเหน็บ รู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เรียกว่ามีอาการ “เส้นประสาทอักเสบ” และอาจมีอาการนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

6. ตาพร่ามัว เริ่มมองเห็นไม่ชัด

7. ผิวหนังแห้งผิดปกติ เป็นแผลง่าย และแผลติดเชื้อได้ง่าย แผลหายยาก หรือหายช้า

อาการทั้งหมดเป็นอาการที่ร่างกายแสดงออก เมื่อเรามีระดับน้ำตาลเลือดสูงขึ้น หากต้องการทราบด้วยตัวเองว่า ระดับน้ำตาลของเราอยู่เกณฑ์เสี่ยงเบาหวานหรือไม่ เราสามารถใช้เครื่องมือตรวจเลือดหาค่าน้ำตาลได้ด้วยตัวเองที่บ้านนะคะ สามารถหาซื้อเครื่องตรวจน้ำตาลได้ที่ร้านขายยาใหญ่ๆ

คนปกติ ค่าน้ำตาลจะอยู่ที่ต่ำกว่า 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังอาหารต่ำกว่า 140 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

คนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ค่าน้ำตาลจะอยู่ที่ 100-125 ก่อนทานอาหาร และ 140-199 หลังทานอาหาร

คนที่เป็นเบาหวาน ค่าของน้ำตาลในเลือดจะมากกว่า 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก่อนทานอาหาร และมากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร หลังจากทานอาหาร

ทั้งนี้ เพื่อความแน่ใจในผลตรวจ ควรนัดตรวจกับแพทย์ที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พร้อมกับอดอาหารก่อนตรวจเลือด 6-8 ชั่วโมงค่ะ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : medicthai.com , thaidiabetes.blogspot.com


ออกกำลังกาย ลดเบาหวาน

เบาหวาน กับการออกกำลังกาย

ขอให้ทราบเอาไว้เลยว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีเสมอ ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคอะไรก็ตาม การออกกำลังกายช่วยได้หมด ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกาย และจิตใจ

ส่วนการออกกำลังกายกับเบาหวาน จะช่วยได้อย่างไร หากอธิบายอย่างง่ายๆ คือ โรคเบาหวานเกิดจากเซลล์ในร่างกายของเราอยู่ในภาวะ “ดื้อต่ออินซูลิน” ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่ทานอาหารรสหวานจัดอย่างที่เข้าใจกัน แต่รวมถึงการบริโภคอาหารที่มีไขมันไม่ดีสูง และขาดการออกกำลังกายจนกลายเป็นโรคอ้วนลงพุง น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เสี่ยงต่อภาวะร่างกายดื้ออินซูลิน จนนำไปสู่โรคเบาหวานได้ในที่สุด

ดังนั้น ถ้าหากอยากจะรักษาโรคเบาหวานจากต้นตอสาเหตุของโรคจริงๆ ก็คือการทำให้ร่างกายไวต่ออินซูลินมากขึ้น ซึ่งวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายไวต่ออินซูลินมากขึ้น ก็คือ การออกกำลังกายนั่นเอง

ออกกำลังกายแบบไหน ช่วยให้เบาหวานดีขึ้น?

การออกกำลังกายที่เน้นการสร้างกล้ามเนื้อ เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวานมากที่สุด ดังนั้นการยกเวท ยกดัมเบล และอุปกรณ์สร้างกล้ามเนื้อต่างๆ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ อย่างหน้าท้อง แผ่นหลัง ต้นขา ต้นแขน โดยออกกำลังกายสร้งกล้ามเนื้อควบคู่ไปกับการการออกกำลังกายแบบบริหารกล้ามเนื้อหัวใจ หรือคาร์ดิโอ จะเลือกวิ่ง หรือแอโรบิกก่อนก็ได้ เสร็จแล้วค่อยต่อด้วยการสร้างกล้ามเนื้อ อย่างน้อยที่สุด 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ รับรองว่าหากทำได้ตามนี้ ปริมาณน้ำตาลในเลือดลดลงแน่นอน

เคล็ดไม่ลับในการออกกำลังกายของคนเป็นโรคเบาหวาน

1. เช็คระดับน้ำตาลในเลือดก่อนออกกำลังกาย

ถ้าใครยังไม่เคยออกกำลังกาย หรือ ไม่ได้ออกกำลังกายมานานแล้ว ให้หมอประจำตัวตรวจความพร้อมก่อน ให้หมอแนะนำว่าควรเริ่มจากอะไรดีแล้วควรออกกำลังกายเวลาใด

เมื่อหมอตรวจคุณและโอเคให้ออกกำลังกายแล้ว ขอแนะนำกลุ่มคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย ให้เริ่มที่ 150 นาทีต่อสัปดาห์ หรือแค่ครึ่งชั่วโมงต่อวันเอง เริ่มจาก เดินเร็ว ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน

ข้อควรระวัง หากใครอยากออกกำลังเกินครึ่งชั่วโมง ต้องคอยตรวจระดับน้ำตาลสักหน่อย ยิ่งพวกที่ทานยาหรือต้องฉีดอินซูลินอยู่ตลอด ควรเช็คระดับน้ำตาลทุกครึ่งชั่วโมงชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย และเบรกเพื่อเช็คอีกทีทุกครึ่งชั่วโมง เพราะร่างกายเราพอได้เผาผลาญด้วยตัวเองดีๆ แล้วอาจทำให้ระดับน้ำตาลที่มียาช่วยด้วยต่ำลงไปอีก ต้องคอยดูว่าระดับน้ำตาลว่าสูงไป ต่ำไป อาจไม่ปลอดภัย ระดับน้ำตาลที่ปลอดภัยในการออกกำลังกายของคนเป็นโรคเบาหวานอยู่ที่ระหว่าง 100-250 มก./ดล. (100-250 มิลิกรัมต่อระดับไขมันในเส้นเลือด)

ไม่ควรออกกำลังกาย หาก…

• ถ้าระดับน้ำตาลต่ำกว่า 100 มก./ดล. อันนี้ต่ำไปควรทานอะไรให้ระดับน้ำตาลสูงอีกนิดไม่งั้นอาจหน้ามืดได้

• ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงตั้งแต่ 250 มก./ดล. ขึ้นไป หรือ มีภาวะเลือดเป็นกรดสูง (Ketoacidosis) เพราะอาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ (Dyhydration) ได้

• มีภาวะติดเชื้อก็ไม่ควรออกกำลังกายอยู่แล้ว
ข้อสังเกตอีกอย่างขณะออกกำลังกาย ถ้ามีอาการแบบนี้ต้องหยุดทันที

• ขณะพักเบรกมาตรวจเลือดแล้วเหลือ 70 มก./ดล. หรือต่ำกว่านั้น

• รู้สึกสั่นๆ แบบตื่นเต้นๆ หรือ เปลี้ย หรือ มึนงง

ถ้ามีอาการแบบนี้ควรดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลนิดนึง น้ำผลไม้ หรือ น้ำอัดลมแบบธรรมดาไม่ไดเอ็ด หรือน้ำตาลเทียมครึ่งแก้ว บางคนก็มีลูกอมติดกระเป๋าไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ 5-6 เม็ด ถ้าใน 15 นาที เช็คแล้วยังไม่ดีขึ้น ดื่มน้ำหวานเหรือลูกอมเพิ่มอีกหน่อย พอระดับน้ำตาลกลับมาที่ 70 มก./ดล. หรือระดับที่ปลอดภัยของคุณแล้ว ถ้าอยากเล่นต่อให้จบก็จัดไปได้

 2. เช็คระดับน้ำตาลหลังออกกำลังกาย

เมื่อเสร็จสิ้นการออกกำลังกายแต่ละครั้งแล้ว ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอีก 2-3 ครั้ง ในช่วง 1-2 ชั่วโมง เพราะการออกกำลังกายเป็นการเผาผลาญน้ำตาลที่อยู่ในกล้ามเนื้อและตับออกไป เบิร์นออกดีกว่าสะสมนะครับ ช่วงนี้ถ้าน้ำตาลต่ำเกินก็ทานผลไม้ น้ำผลไม้ หรือ แคร็กเกอร์ นิดๆ หน่อยๆ ได้ อย่าทานมากเกินไป ไม่งั้นที่ออกกำลังกายไปเปล่าประโยชน์แน่ๆ ทานแต่พอดีให้ระดับน้ำตาลปกติก็พอ

คนที่ไม่เป็นเบาหวานนับว่าเป็นโชคดีอยู่แล้ว ควรรักษาสุขภาพให้ดีต่อไปเรื่อยๆ การออกกำลังกายดีต่อคุณอยู่แล้วป้องกันโรคได้สารพัด และสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานยิ่งดีใหญ่

• ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

• ช่วยปรับระดับไขมันในเลือดให้เหมาะสม

• ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน

• ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกาย ให้รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น

• ช่วยป้องกันหรือลดความอ้วนได้ ถ้าออกกำลังกายตามเวลาที่กำหนด

• ช่วยในด้านอารมณ์ และจิตใจให้รู้สึกสดชื่น

รู้อย่างนี้แล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นเบาหวานอยู่แล้ว มีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน หรือมีคนที่คุณรักเป็นเบาหวาน ก็สามารถชวนกันไปออกกำลังกายกันได้ค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในเร็ววันนะคะ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : โรงพยาบาลสมิธิเวช , เพจ Drama-Addict

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “ยาเบาหวาน แผลจากเบาหวาน”

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *