Posted on

ผัก-ผลไม้ เป็นยา

10 อาหาร “ดีท็อกซ์” ร่างกาย ขับของเสีย-ทานง่านถ่ายคล่อง

 1. ผลไม้

แน่นอนว่าถ้าอยากเพิ่มกากใยอาหารให้เราถ่ายคล่องขึ้น ก็ต้องมาจากผลไม้ที่แหละ ผลไม้เป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำมาก ย่อยง่าย มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมายอีกด้วย เพียงแต่เคล็ดลับอยู่ที่การเลือกทานผลไม้ที่มีปริมาณน้ำมาก และรสไม่หวานจัดจนเกินไป เช่น แตงโม ชมพู่ หรือสับปะรด เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ

2. ผักใบเขียว

ผักใบเขียวทั้งหลาย ไล่มาเลยตั้งแต่คะน้า ผักกาดหอม กวางตุ้ง คื่นช่าย ผักโขม และอื่นๆ ช่วยล้างสารพิษจากตับได้เป็นอย่างดี แถมยังเพิ่มสารอาหารดีๆ ให้กับร่างกายได้โดยตรงอีกด้วย หากจะปั่นรวมกันก็ไม่ควรแยกกากนะคะ ดื่มเข้าไปเลยทั้งกากนั่นแหละ

3. มะนาวเหลือง มะนาวเขียว และส้ม

เคยได้ยินที่ฝรั่งเรียก “ซีตรัส” หรือเปล่า เขาหมายถึงผักผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวนั่นแหละค่ะ คงเคยได้ยินว่าผักผลไม้รสเปรี้ยวช่วยเพิ่มความสดชื่น ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย และเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ดีท็กซ์ร่างกายได้ง่ายๆ แค่ดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว หรือส้ม นอกจากนี้ยังป้องกันหวัดจากวิตามินซีในซีตรัสเหล่านี้อีกด้วย

4. กระเทียม

กระเทียมเป็นหนึ่งในผักที่ดีท็อกซ์ร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยมเลยล่ะค่ะ เพราะกระเทียมช่วยกระตุ้นตับให้ผลิตเอนไซม์ที่จะมาช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ โดยเอนไซม์ตัวนี้จะตรงเข้าช่วยกันพวกสารพิษต่างๆ ออกจากระบบย่อยอาหาร จะทานสด หรือใส่ลงไปในอาหารก็ได้เลยค่ะ

5. ต้นอ่อนบร็อคโคลี่

อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก แต่หากทราบสรรพคุณแล้วอาจจะอยากหามาทานขึ้นมาทันที เพราะต้นอ่อนบร็อคโคลี่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างเอนไซม์ที่จะช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย แถมยังช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ดีกว่าบร็อคโคลี่ที่โตเต็มที่เสียอีก

6. ชาเขียว

น่าจะทราบกันมานานแล้วล่ะว่าชาเชียวช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อ “แคทีซิน” ที่ช่วยในการทำงานของตับอีกด้วย

7. ถั่วเขียว

ถั่วเขียวช่วยเพิ่มการทำงานของระบบขับถ่าย ดูดซับสารพิษจากผนังลำไส้ และขับออกไปพร้อมกับอุจจาระ ดีแบบนี้ทานต้มถั่วเขียว (หวานน้อย” กันเยอะๆ เลยนะ

8. ผักสด

ทราบกันใช่ไหมว่าบางครั้งคุณค่าทางสารอาหารในผักจะลดลง หากนำไปประกอบอาหารโดยใช้ความร้อนมากเกินไป (ยดเว้นผักบางชนิด เช่น มะเขือเทศ) แต่ผักอย่างเช่น หัวหอม แครอท หม่อไม้ฝรั่ง บร็อคโคลี่ ผักกาด ดอกกะหล่ำ กระเทียม ทานสดจะมีคุณค่าทางสารอาหารมากกว่า ช่วยดีท็อกซ์สารพิษจากตับได้ดีเลยทีเดียว

9. ถั่ว และเมล็ดพืช

ไล่มาเลยตั้งแต่เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์ วอลนัท เมล็ดเจีย เม็ดแมงลัก เมล็ดทานตะวัน และอื่นๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ เต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร และช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ดี โดยเฉพาะใครที่อยากควบคุมน้ำหนัก ทานได้เลย

10. น้ำมันโอเมก้า 3

นอกจากหาทานได้จากแหล่งอาหารธรรมชาติอย่างปลาทะเลน้ำลึก แล้ว ยังหาได้จากธัญพืชต่างๆ อย่างเมล็ดแฟล็ก อโวคาโด และมะกอกอีกด้วย ช่วยดีท็อกซ์ แล้วยังบำรุงสมองได้ดีด้วยนะ

 

หาทานอาหารชนิดไหนได้ง่าย ก็เลือกทานอย่างนั้นนะคะ แต่ลองสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันบ้างก็จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายมากขึ้นไปด้วย และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ดื่มน้ำให้เพียงพอค่ะ น้ำเปล่าธรรมดาๆ นี่แหละที่จะช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ ไม่ต้องเสียเงินเยอะด้วยเนอะ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : globalhealingcenter.com

Posted on

ดื่มน้ำเย็น อันตราย

◆ ใครจะไปเชื่อว่า..การดื่มน้ำเย็นจะมีพิษมีภัย และให้โทษได้ถึงขนาดนี้

♣ หมอได้พบผู้ป่วยที่มีอาการแขนขาอ่อนแรง หรือที่เรียกกันว่า โรคอัมพฤกษ์ ซึ่งสืบค้นต้นตอไปๆมาๆ ก็พบว่า สาเหตุมาจากพฤติกรรมการดื่มน้ำเย็น หรือ น้ำแข็งเป็นประจำนั่นเอง ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า ไม่กินผักมาตั้งแต่เล็กๆ รับประทานแต่เนื้อสัตว์ ที่สำคัญคือชอบดื่มน้ำเย็นเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก และต้องเป็นน้ำเย็นจากตู้เย็นเท่านั้น

■ ก่อนที่จะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงนั้น ร่างกายผู้ป่วยได้ส่งสัญญาณเตือนมาหลายครั้ง เช่น มึนเวียนศีรษะง่าย เห็นเหมือนแสงไฟแวบๆขณะกระพริบตา การพูดเริ่มติดๆขัดๆ สุดท้ายเกิดอาการวูบกะทันหัน ต้องนำส่งโรงพยาบาล เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งผู้ป่วยก็ไม่สามารถขยับร่างกายซีกซ้ายได้แล้ว นี่คืออาการของโรคเส้นเลือดตีบที่สมองในวัยเพียง 40 ปี ที่ชอบทานแต่น้ำเย็นมาตลอดเวลา

★ การดื่มน้ำเย็น สำหรับคนไทยนั้น ทำให้ “ไต ต้องรับกำจัดความเย็นออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว
ขับน้ำเย็นมากักเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ เตรียมขับออกเป็นน้ำปัสสาวะ ทำให้ผู้ที่ชอบทานน้ำเย็นก็ยิ่ง
ขาดน้ำจนเลือดข้นหนืดไปหมด ประกอบกับหลอดเลือดที่เริ่มแข็งกระด้างไม่ยืดหยุ่น ทำให้มีคราบไขมัน และของเสียไปยึดเกาะตามผนังหลอดเลือดจนเกิดการพอกพูน กลายเป็นโรคหลอดเลือดตีบ ก็เพราะน้ำเย็นที่ชอบทานเป็นประจำนั่นเอง

★ ไตของเราเปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำอันน่าอัศจรรย์ ทำหน้าที่ช่วยกรองของเสียออกจากเลือด แล้วขับออกทางปัสสาวะการทำหน้าที่ตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุดของไตนั้น ถ้าเราไปซ้ำเติมด้วยการรับประทานสิ่งที่เป็นพิษต่อร่างกาย รวมทั้งน้ำเย็นด้วยก็จะทำให้ เกิดภาวะไตอ่อนแอและจะส่งสัญญาณร้อง
ให้เราทราบดังนี้

★ 1.ปัสสาวะบ่อยขึ้น อั้นปัสสาวะไม่ได้นาน ดื่มน้ำเข้าไปแล้วต้องวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยๆ
กลางคืนก็ต้องลุกขึ้นเข้าห้องน้ำหลายเที่ยว

★ 2.มีอาการปวดหลัง ปวดเอวบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลานั่งนานๆ

★ 3.ปวดเมื่อยตามข้อ และ ร่างกายง่าย เช่น ปวดข้อเข่า ปวดต้นคอ

★ 4.หลอดเลือดตีบตัน หรือ หลอดเลือดแข็งได้ง่าย

★ หากใครยังทาน…….

● น้ำเย็น นมเย็น ●กาแฟเย็น น้ำอัดลม ●น้ำหวานเย็น ชาเย็น อยู่เป็นประจำ ●มีอาการปวดหลังแน่ๆ
ก็ต้องดูแลตนเองง่ายๆ ดังนี้

■ 1.ปรับเลือดที่หนืดข้น ให้หายข้นด้วยการเพิ่มน้ำเข้ากระแสเลือด โดยทานน้ำอุ่นให้ได้ 8-10 แก้ว ทุกวัน

■ 2.ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการออกกำลังเป็นประจำที่สามารถทำได้ หรือ อาจใช้การจัดกระดูก ช่วยให้เลือดไหลเวียนสม่ำเสมอ

■ 3.ไม่กินอาหารเนื้อสัตว์ ของทอด ◆ของหวานจัดเพราะ ◆ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ
ปริมาณมากจนทำให้ หลอดเลือดแข็ง หรือ ตีบตันได้ง่าย

■ 4.งดการทานน้ำเย็นเด็ดขาด รู้แล้วอย่าเฉยเมยนะควรปฎิบัติด้วย และรู้แล้วอย่าเก็บไว้คนเดียวโปรด
แบ่งปันให้คนรอบข้างของตัวเรา

★ พันเอก ดร.นพ.ดำรง หมอประจำพระองค์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว