Posted on

เด็กไทยควรเอามาเป็นไอดอล

ที่นี่ประเทศไทย..ภูมิใจกับนักเรียนทุนอานันทมหิดลคนนี้…ดร.ปัญญา แซ่ลิ้ม..และดีใจกับทุกคนที่ได้สนับสนุนให้ท่านได้เรียนและประสบความสำเร็จกลับมาพัฒนาประเทศ แทนที่จะเลือกก้าวหน้าร่ำรวยในต่างประเทศ
• เกียรตินิยมอันดับ1 • ทุนอานันทมหิดล
• ทุนรัฐบาลนอร์เวย์ • ทุนวิจัย 36 ล้าน

ดร.ปัญญา ยังคงยึดมั่นกับคำสัญญาที่ให้ไว้กับอาจารย์คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เมื่อครั้งที่ช่วยจนได้เรียนว่า จะตั้งใจเรียน จะซื่อสัตย์ และกตัญญู..ครบถ้วน

ตั้งแต่เด็กจนโตผมไม่ค่อยมีทุนทรัพย์ในการเรียนสักเท่าไหร่ ที่จะเขียนโพสเพียงเพื่ออยากให้กำลังใจแก่ใครก็ตามที่แวะเข้ามาอ่านและกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการศึกษา

สมัยอนุบาลผมเป็นเด็กที่หัวช้า เรียนไม่เก่งที่สุดในห้อง จำได้ว่าขนาดเลขบวกกันธรรมดาข้อเดียว ใครทำเสร็จไปวิ่งเล่นได้ ผ่านไป 15 นาทีเด็กคนอื่นๆในห้องออกไปวิ่งเล่นหมดแล้ว เหลือแต่เด็กชายปัญญาเพียงคนเดียวที่นั่งจ๋อยอยู่บนโต๊ะจนหมดชั่วโมง สมัย ป 2 พ่อเคยถูก รร เชิญไปพบเพราะจะบอกว่าลูกชายเรียนภาษาอังกฤษห่วยเพียงใด และยังตีมือเราต่อหน้าพ่ออีกด้วย ตอนเดินกลับบ้าน นอกจากพ่อจะจูงมือกลับบ้านตามปกติแล้ว พ่อไม่โกรธเราหรือมีท่าทีผิดหวังในตัวเราแม้แต่น้อย
.
1) ผมเคยเกือบจะไม่ได้เรียนต่อ ม 1 เพราะไม่มีเงินค่าเทอม เงินค่าเทอมสมัยนั้น 800 บาท แต่ในกระป๋องที่ขายขนมได้วันนั้นคือ 300 บาท ผมคอตกเลยครับ สุดท้ายแม่ผมเป็นฮีโร่ วิ่งเข้าไปยืมเงินในตลาดจนได้มา 800 บาทจริงๆ ใส่ในมือผมให้รีบไปจ่ายค่าเทอมที่โรงเรียน
.
2) สมัย ม 1 จน ม 6 ปกตินอนเกือบเที่ยงคืนและตื่นราวตีสี่ทุกวัน เนื่องจากครอบครัวเลี้ยงปากท้องด้วยการขายขนมข้างถนน ที่นอนน้อยเพราะต้องช่วยที่บ้านทำขนมขาย เลิกเรียนต้องไปรีบกลับบ้าน ไปรับแม่ที่ตลาด ช่วยหิ้วของกลับบ้านเพราะแม่มือไม่ดี โดนรถสิบล้อชนจนเส้นเอ็นขาดสมัยตัวเอง อยู่ ป 2 กลับถึงบ้านผมจะขูดมะพร้าว และทำอะไรๆอีกหลายอย่าง ตี่สี่จะเข็นรถไปตลาดกับพ่อไปตั้งร้าน เคยจำได้ว่ามีวันนึง แม่ตะโกนเรียกไม่ตื่น โดนแม่เอาน้ำสาดหน้า ตั้งแต่วันนั้น ได้ยินเสียงแม่เรียกจะสะดุ้ง ลงมาแทบไม่ทัน แต่แม่นึกเสียใจถึงทุกวันนี้ที่สาดน้ำใส่หน้า ในขณะที่ลูกชายหัวเราะ ขำอดีตสมัยก่อน
.
3) สมัยเรียนวิทยาศาสตร์ ม 2 ผมสอบ pretest ได้ที่โหล่ของห้อง ได้คะแนน 3 คะแนนจาก 30…ครูเดินมาบอกว่าไม่เป็นไร แค่ pretest เอง ผมจึงตั้งใจอ่านหนังสือ ตั้งใจชนิดที่เรียกว่าอ่านไปเลยสิบรอบ อ่านเข้าไป สอบกลางภาคอีกครั้ง ได้คะแนนสูงสุดในห้อง 29.5 เต็ม 30 และนั่นคือบทเรียนครั้งที่สองในชีวิตที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องมาพร่ำสอน (ครั้งแรกคือเพลงชาติ)
.
4) คนเราจะเข้มแข็งขึ้นเมื่อมีแรงบันดาลใจและมีความตั้งใจที่จะทำอะไรเพื่อใครสักคน ผมในวัย ม 3 คิดว่าจะตั้งใจเรียนเพื่อพ่อแม่ เพราะเห็นแก่ความลำบากของพ่อแม่ที่ทำงานหนักส่งเสียเลี้ยงดูตัวเอง จึงตั้งใจเรียนถึงขึ้นที่ว่าอดหลับอดนอนหลายคืน เพื่อจะได้อ่านหนังสือเพราะอยากสอบได้ที่ 1 ของห้องเพียงแค่สักครั้งก็ยังดี ผลคือเทอมแรก ได้ที่ 2 และ เทอมสอง ได้ที่ 1 …..
.
5) ผมได้รับความอนุเคราะห์จากรพจุฬาลงกรณ์ และโบสถ์พระมหาไถ่ ในการศึกษาเล่าเรียนจน จบ ม.6 นอกจากนี้ยังมีผู้มีพระคุณอีกมากมายที่ไม่อาจจะเอ่ยชื่อได้ครบในโรงเรียน @พระโขนงพิทยาลัย คุณคิดดูครับ ในช่วงหนึ่งที่ตรงถนนที่เราไปขายขนมซ่อมแซม ไม่มีใครผ่านไปมาแถวนั้น ผมขายขนมไม่ได้เลย สุดท้ายผมเอาขนมเป็นร้อยๆห่อไปขายที่ โรงเรียน อาจารย์หมวดภาษาไทย อ พิกุล ภพพินิจและหลายท่านสงสาร จึงเอาไปข่วยขายในห้องเรียนที่อาจารย์แต่ละท่านสอนโดยบอกเด็กว่าถ้าซื้อขนมที่เอามาขายจะอนุญาตให้กินในห้องเรียนได้ ตอนเย็นจึงไปรับเงินกลับบ้านไปให้แม่ ทำแบบนี้เป็นอาทิตย์จนถนนซ่อมเสร็จ ครอบครัวผมจึงเอาชีวิตรอดไปได้
.
6) ผมเอ็นติดคณะประมง แต่ไม่มีเงินเล่าเรียน จึงเดินทางไปคณะประมง มก บอกกับคณะว่า สวัสดีผมชื่อปัญญาครับ ผมเอ็นติดคณะครับ แต่ผมไม่มีเงินเรียน จะให้ผมเรียนได้ไหมครับ ในตอนนั้นพี่เค้างง จึงไปตาม รศ ประไพสิริ สิริกาญจน มา อาจารย์ถามว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน ทำไมไม่มีเงินเรียน จนคุยเสร็จอาจารย์ประไพสิริ บอกว่าเราจะช่วยเธอแต่รับปากอาจารย์สามข้อได้ไหมว่าเธอจะขยันตั้งใจเรียน จะซื่อสัตย์ และกตัญญู ผมรับปาก อาจารย์ประไพสิริจึงบอกว่าให้เธอกลับบ้านไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ วันรุ่งขึ้นผมมามีชุดนิสิต รองเท้า ปากกา สมุด กระเป๋า ถุงเท้าวางรออยู่ อาจารย์ให้ไปสมัครกองทุนกู้ยืม และที่สำคัญคือน้าเล็ก บาร์ใหม่ ผู้ใจบุญที่สุดในสามโลก น้าเล็กให้ผมทานอาหารฟรีที่ร้านสามมื้อตลอด 4 ปี…..
.
7) ผมเป็นคนเรียนหนังสือไม่เก่งแต่ผมมีความตั้งใจ ตั้งใจที่จะทำเพื่อพ่อแม่ ยิ่งตอนนั้นคุณพ่อเสีย ความตั้งใจยิ่งเพิ่มพูนเพราะไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง ผมนอน 6 โมงเย็น ตื่นเที่ยงคืนทุกวัน ไป ศร 3 ไปอ่านหนังสือตั้งแต่วันแรกๆที่เริ่มเปิดภาคเรียนจนถึงเช้า ไปอ่านจนยุงกัดเป็นไข้เลือดออก ไปจนหมา ศร 3 จำหน้าได้ จำได้ว่าเคยอ่านเคมีทั่วไป อ่านจนเหนื่อยไปนอนที่พื้น บางวันตื่นขึ้นมามียากันยุงวางไว้ ไม่รู้ใคร สงสัยจะสงสาร บางวันนอนตื่นมา มีหมามานอนด้วยหลายตัว หายเหงาเลย
.
8 )หลังจากเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลไปเรียนต่อด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์น้ำที่ต่างประเทศแล้ว ความรู้ที่ต่างประเทศไปไกลกว่าบ้านเรามาก พื้นฐานที่เรามีขนาดว่าที่ไทยก็ตั้งใจเรียนมากแล้วยังไม่เพียงพอเลย ต้องเรียนและใช้เวลากับการอ่านหนังสือหนักมากจนแทบแย่ สุดท้ายก็สามารถจบโทเอกได้ตามกำหนดเวลาของหลักสูตรด้วยเปเปอร์ 5 เปเปอร์ และวิทยานิพนธ์อีกสามเล่ม อาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าคุณเปลี่ยนไปมากจากวันแรกที่มายังดูเหมือนเป็นเด็กน้อย ภาษาก็ไม่ดีพอ ดูคุณวันนี้สิพัฒนาการของคุณยอดเยี่ยมมาก
.
9) เรียกได้ว่าเป็นคนไทยคนเดียวที่เขียน proposal postdoc ด้วยตัวเองเพื่อชิงทุนจากรัฐบาลนอร์เวย์ และชนะได้สองทุน ทั้งทุนวิจัยและทุนเดินทางไปทำงานวิจัยต่างประเทศ ในช่วงpostdoc ผมมีงานวิจัยทั้งที่อยู่ในรูปแบบ full publication และบทคัดย่อ มากกว่า 20 ชิ้น ผมทำงานวิจัยหนักมากจนก่อนกลับแม้นจะมีตำแหน่งประจำรออยู่ที่นอร์เวย์ และเงินทุนวิจัยอีก 36 ล้านบาทไทยรออยู่ผมเลือกที่จะกลับประเทศไทย เพราะผมต้องการเอาความรู้ความสามารถมาพัฒนาประเทศ
.
กว่าจะมาเป็นผม ดร.ปัญญา ในวันนี้ ผมผ่านอุปสรรคมากมายแต่ที่ผ่านมาได้เพราะมีคนมากมายที่ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ครบช่วยเหลือเรา แต่ก่อนที่เค้าจะเข้ามาช่วยสิ่งแรกที่เราต้องทำคือ เพียรพยายามทำด้วยตัวเองโดยนึกถึงความลำบากของพ่อแม่เอาไว้ให้มาก นั่นล่ะคือพลังของผม

ดร. ปัญญา แซ่ลิ้ม

Posted on

10 ประโยชน์การวิ่ง

การวิ่งมาราธอนเป็นกิจกรรมออกกำลังกายยอดฮิตของคนยุคนี้ เห็นได้จากที่มีการจัดงานวิ่งมาราธอนถี่ ๆ เดือนละหลายงาน และแต่ละงานก็มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เพราะการวิ่งนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย และยังให้ความสนุก แถมงานวิ่งหลายงานยังเป็นการนำรายได้ไปทำการกุศลด้วย

เราได้ยินมาตลอดอยู่แล้วว่า การวิ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่เราจะสามารถจำแนกประโยชน์ของมันแบบละเอียด ๆ ได้อย่างไรบ้าง

เนื่องจากบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันวิ่งมาราธอนประเพณีนานาชาติ BDMS Bangkok Marathon 2018 ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายนนี้ นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส โรงพยาบาลกรุงเทพ สายกิจกรรมพิเศษ จึงให้ข้อมูลว่า การวิ่งคือยาวิเศษที่สร้าง 10 ประโยชน์มหัศจรรย์ให้กับร่างกาย ได้แก่

1.หัวใจ การวิ่งและการออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการทำงานระบบไหลเวียนโลหิตกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น หลอดเลือดแดงที่มาเลี้ยงหัวใจมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดปัญหาการตีบตันที่ทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด รวมทั้งทำให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น เพิ่มการส่งออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย

2.กล้ามเนื้อ การวิ่งเป็นการฝึกการใช้งาน.กล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ ทำให้นักวิ่งมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง กล้ามเนื้อนี้เองเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตของทุกคนที่ไม่มีข้อจำกัด

3.ไขมัน การวิ่งทำให้อัตราการวิ่งของหัวใจอยู่ในช่วงโมดีเรต (moderate) หรือชีพจรเต้นอยู่ที่ร้อยละ

75-85 นักวิ่งจะรู้สึกเหนื่อยในระดับปานกลาง

ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันออกมาได้ถึงร้อยละ 60

4.เข่า การวิ่งอย่างถูกวิธีเป็นประจำจะทำให้กล้ามเนื้อขา ต้นขา และรอบ ๆ ข้อเข่ามีความแข็งแรงมากขึ้น มีส่วนที่จะช่วยป้องกันภาวะข้อเข่าเสื่อมได้

5.คอเลสเตอรอล การวิ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ได้ 5-10% และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL) ได้ 3-6%

6.สมอง ยิ่งวิ่งออกกำลังกายมากเท่าไหร่ ร่างกายยิ่งหลั่งสารบำรุงสมองที่เรียกว่า BDNF มากเท่านั้น ซึ่งสารตัวนี้จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของสมองและเพิ่มจำนวนเซลล์สมอง สมองจะทำงานได้ดี มีการตอบโต้เร็วและลดโอกาสการเป็นอัลไซเมอร์

7.เหงื่อ จะถูกหลั่งออกมาพร้อมสารชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เอ็นดอร์ฟิน เป็นสารเคมีในร่างกายที่ทำให้รู้สึกอารมณ์ดี และเหงื่อจะช่วยให้ผิวสวย เพราะเหงื่อจะชะล้างสิ่งสกปรกในรูขุมขนออกมาด้วย

8.น้ำตาลในเลือด สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน หากวิ่งออกกำลังกายอย่างถูกวิธีจะช่วยควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น

9.ระบบข้อ การวิ่งที่เหมาะสมต่อร่างกาย จะช่วยลดปัญหาข้อต่อเสื่อม ลดอาการปวดข้อและป้องกันการเกิดข้อแข็ง (stiffness)

10.ความดัน การวิ่งช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงได้ แต่สำหรับผู้ป่วย การควบคุมอาหารกับการออกกำลังกายที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเลือด ลดความต้านทานในหลอดเลือด ปริมาณเลือดที่สูบฉีดแต่ละครั้งเพิ่มขึ้น ผลโดยรวมจึงทำให้ความดันโลหิตลดลง

รู้ประโยชน์มากมายอย่างนี้แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าคิดจะลงวิ่งมาราธอนก็วิ่งได้เลยในทันที เพราะถ้าเตรียมตัวไม่ดีพอก็จะบาดเจ็บได้

สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนลุยมาราธอน 42.195 กิโลเมตร นพ.ไพศาลแนะนำว่า นอกเหนือจากการฝึกซ้อมทั่วไปแล้ว ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยเฉพาะเรื่องการดื่มน้ำ ในร่างกายควรจะมีน้ำเพียงพอ ตั้งแต่ ก่อนจะถึงวันแข่งขัน 2-3 วัน ซึ่งปริมาณน้ำที่เพียงพอดูได้จากการปัสสาวะ ต้องไม่ให้เป็นสีเหลืองเข้ม ถ้าปัสสาวะสีเหลืองอ่อนแสดงว่าน้ำในร่างกายมีเพียงพอ

นอกจากนั้น คุณหมอให้ข้อมูลเกี่ยวกับเคสบาดเจ็บที่พบบ่อยระหว่างการวิ่งมาราธอนว่า อาการที่พบบ่อยคือการเป็นตะคริว การปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เนื่องจากการวิ่งระยะทางหลาย ๆ กิโลเมตร กล้ามเนื้อ

ต้องมีความบึกบึน ถ้ากล้ามเนื้อไม่ได้ฝึกซ้อมมามากพอให้ครอบคลุมระยะทางได้ ก็จะเกิดอาการตะคริว ซึ่งมักจะเกิดในช่วงระยะหลัง ๆ ของการวิ่ง

“ส่วนการปฐมพยาบาลระหว่างเกิดตะคริวในขณะวิ่ง โดยหลัก ๆ การเกิดตะคริวคือกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง เป็นอาการที่ไม่สามารถคอนโทรลได้ และเป็นอาการเกร็งโดยที่เราไม่ได้สั่ง อาการตะคริวที่พบบ่อยมากที่สุดคือบริเวณน่องขา การทำให้หายจากอาการตะคริวคือ การกระดกข้อเท้าแล้วเหยียดเข่า น่องก็จะถูกยืด เพราะฉะนั้น หลักการคือหากเกิดตะคริวที่ตรงไหนให้เหยียดกล้ามเนื้อนั้นให้ยืดออกก็จะหายจากการเป็นตะคริว” นพ.ไพศาลแนะนำ

ขอขอบคุณ www.prachachat.net

Posted on

กฏเหล็กลดไขมัน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ exercise

1. ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตลง (เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล อาทิเช่น ขนมปัง ขนม น้ำผลไม้ น้ำปั้น )
Tip. การดื่มน้ำผลไม้คือเรื่องที่ผิดเพราะน้ำตาลสูงถ้าเลือกกินขอกินแบบเป็นผลดีกว่า

2. งดของมัน ทอด ถ้างดไม่ได้ก็ลดไปทีละนิด
Tip. เนื้อสัตว์ติดมัน ของชุบแป้งทอด

3. ให้มีผักในทุกๆมื้อ มีกากใบช่วยดัดไขมันได้ ช่วยการขับถ่ายท้องยุบ มีวิตามินช่วย
Tip. ผักกินได้เยอะกินเท่าไรก็ได้ แต่ล้างให้สะอาด ใครที่ไม่กินผักก็กินโยเกิร์ลได้ช่วยขับถ่าย (ดูฉลากเรื่องน้ำตาลและแคลลอลี่ดีๆ)

4. กินมื้อเช้าเพื่อกระตุ้นการเผาพลาญเต็มสูบ
Tip. กินมื้อเช้าช่วยให้เริ่มการเผาพลาญให้พลังงานแก่สมอง และจะไม่หิวโหยให้มื้อต่อๆไป

5. อย่าอดมื้อเย็นและกินระยะห่างก่อนนอน3-6ชม
Tip. มื้อเย็นควรงดเด็ดขาดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล ควรทานอาหารที่มีโปรตีน เน้นไก่ ปลา

6.หิวระหว่างวันกินไรดี?? กินผลไม้ที่มีแคลน้อยเช่น แก้วมังกร แตงโมง แคนตาลูป ฝรั่ง และน้ำเปล่า ถั่ว1กำมือ

7. กินน้ำเยอะร่างกายยิ่งไม่บวม ช่วยการเผาพลาญ ผิวชุ่มชื่น จางโซเดียม ลดอาการบวมน้ำ

8. ออกกำลังกายต่อเนื่อง40นาทีขึ้นไป เหงื่อออกเยอะไม่ใช่ไขมัน ไขมันไม่ขับทางเหงื่อ ร่างกายจะเอาไขมันมาใช้ในเวลา40นาทีขึ้นไป

9. ตั้งเป้าหมายที่ละน้อยๆ เช่น ทีละ3โล

10. เพื่อนชวนแดกอย่าไป ไม่มีใครยอมเสียค่าบุฟเฟต์แพงๆเพื่อไปแดกผักต้มหรอก

11. กินของที่อยากกินได้ 1 มื้อ ต่อสัปดาห์ (ถ้าไม่กินก็จะเห็นผลเร็วกว่านี้

#fitgirl

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ exercise